เหล็กปลายน้ำในปี 2026: ผลิตภัณฑ์แบน vs ผลิตภัณฑ์ยาว ปัจจัยขับเคลื่อนอุปสงค์ และแนวโน้มการค้า–มาตรฐาน
บทความนี้สรุปแนวโน้มอุปสงค์–อุปทานเหล็กโลกจนถึงปี 2026 ปัจจัยที่ขับเคลื่อนความต้องการผลิตภัณฑ์เหล็กแบนและเหล็กยาวในแต่ละภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าและมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย (มอก. 1479-2566 และ มอก. 107-2566) ต่อความพร้อมของสินค้า ระยะเวลานำเข้า (lead time) และความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด (compliance risk)
ผลิตภัณฑ์เหล็กปลายน้ำสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
-
ผลิตภัณฑ์แบน (Flat Products): แผ่น/คอยล์/เพลท ใช้ในภาคการผลิต เช่น เหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC), เหล็กแผ่นรีดเย็น (CR), เหล็กเคลือบ/ชุบสังกะสี และเหล็กแผ่นหนา
-
ผลิตภัณฑ์ยาว (Long Products): เหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณ ใช้ในงานก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เหล็กเสริมคอนกรีต (rebar), ลวดเหล็ก (wire rod), คานและเหล็กรูปพรรณ

สัญญาณสำคัญสำหรับปี 2026
-
ความต้องการเหล็กสำเร็จรูปทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1.3% ในปี 2026 อยู่ที่ราว 1,772.5 ล้านตัน หลังจากทรงตัวในปี 2025
-
จีนมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องในปี 2026 ขณะที่ประเทศอื่นนอกจีนเติบโตในอัตราที่สูงกว่า
-
กลุ่ม ASEAN 5 คาดว่าจะมีความต้องการประมาณ 84.1 ล้านตัน (+4.0%) สนับสนุนทั้งอุปสงค์เหล็กยาว (ภาคก่อสร้าง) และเหล็กแบน (ภาคการผลิต)
-
มาตรการกีดกันทางการค้ามีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น เช่น มาตรการ safeguard ของสหภาพยุโรป ข้อเสนอปรับโควตา ภาษี Section 232 ของสหรัฐฯ และมาตรการ AD/CVD
-
มาตรฐานไทยมีการปรับปรุง ได้แก่ มอก. 1479-2566 และ มอก. 107-2566 ซึ่งเพิ่มความสำคัญของแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองและเอกสารประกอบครบถ้วน
ผลิตภัณฑ์แบน vs ผลิตภัณฑ์ยาว: ปัจจัยขับเคลื่อนอุปสงค์
ผลิตภัณฑ์แบน (ขับเคลื่อนโดยภาคการผลิต)
อุปสงค์เหล็กแบนขึ้นอยู่กับภาคอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่
-
อุตสาหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์ขนส่ง
-
เครื่องจักรและอุปกรณ์กล
-
เครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าคงทน
-
พลังงานและการต่อเรือ (เหล็กเพลท)
ภาคส่วนเหล่านี้มีความอ่อนไหวสูงต่อการส่งออก อัตราแลกเปลี่ยน และนโยบายการค้า
ผลิตภัณฑ์ยาว (ขับเคลื่อนโดยภาคก่อสร้าง)
อุปสงค์เหล็กยาวขึ้นอยู่กับ
-
การก่อสร้างที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์
-
โครงการโครงสร้างพื้นฐาน (คมนาคม สาธารณูปโภค งานโยธา)
-
อาคารอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
ผลิตภัณฑ์ยาวจึงมีความอ่อนไหวต่อการจัดสรรงบประมาณภาครัฐ ความคืบหน้าโครงการ และระดับอัตราดอกเบี้ย
โครงสร้างการใช้เหล็กตามภาคอุตสาหกรรม (ระดับโลก)
ข้อมูลการใช้เหล็กตามภาคส่วนสะท้อนภาพรวมอุปสงค์ปลายน้ำ ดังนี้
-
ก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน: 52%
-
เครื่องจักรกล: 16%
-
ยานยนต์: 12%
-
ผลิตภัณฑ์โลหะ: 10%
-
อื่น ๆ เช่น ระบบขนส่งอื่น อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ในครัวเรือน: สัดส่วนที่เหลือ
นัยสำคัญคือ ภาคก่อสร้างซึ่งใช้เหล็กมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก ทำให้เหล็กยาวสัมพันธ์โดยตรงกับวัฏจักรก่อสร้าง ขณะที่เหล็กแบนยังคงเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภาคการผลิตและภาวะการค้าโลก
แนวโน้มอุปสงค์–อุปทานถึงปี 2026
ด้านอุปสงค์: เติบโตเล็กน้อยและแตกต่างกันตามภูมิภาค
คาดการณ์ปี 2026 (เหล็กสำเร็จรูป)
-
จีน: ประมาณ 831.1 ล้านตัน (ลดลง 1.0%)
-
EU+UK: ประมาณ 146.6 ล้านตัน (+3.2%)
-
สหรัฐอเมริกา: ประมาณ 92.3 ล้านตัน (+1.8%)
-
ASEAN 5: ประมาณ 84.1 ล้านตัน (+4.0%)
ด้านอุปทาน: แรงกดดันการส่งออกกระตุ้นมาตรการตอบโต้
เมื่อกำลังการผลิตสูงกว่าความต้องการภายในประเทศ การส่งออกจะเพิ่มขึ้นและนำไปสู่มาตรการทางการค้าเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น รายงานข่าวระบุว่าการส่งออกเหล็กของจีนในปี 2025 มีแนวโน้มทำสถิติสูงสุด ส่งผลให้หลายประเทศดำเนินมาตรการตอบโต้ทางการค้า
แนวโน้มระหว่างประเทศ
จีน
ความต้องการยังมีแนวโน้มอ่อนตัว โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง ขณะที่ภาคการผลิตมีเสถียรภาพมากกว่า
สหรัฐอเมริกา
มีการปรับเพิ่มอัตราภาษี Section 232 สำหรับเหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 50% มีผลตั้งแต่ 4 มิถุนายน 2025 และยังมีการใช้มาตรการ AD/CVD ต่อหลายประเทศ รวมถึงจีนและไทย
สหภาพยุโรป
มาตรการ safeguard ขยายถึง 30 มิถุนายน 2026 และมีข้อเสนอปรับลดโควตานำเข้าแบบปลอดภาษี พร้อมกำหนดภาษี 50% สำหรับปริมาณเกินโควตา
ASEAN และประเทศไทย
ASEAN 5
คาดการณ์อุปสงค์เติบโตต่อเนื่องสู่ 84.1 ล้านตันในปี 2026
ประเทศไทย
การวิเคราะห์อุปสงค์ควรแยกตามประเภทสินค้า
ตัวอย่างการบริโภค (กันยายน 2025)
-
ผลิตภัณฑ์ยาว: ประมาณ 693,679 ตัน
-
ผลิตภัณฑ์แบน: ประมาณ 867,296 ตัน
แนวโน้มระยะกลาง (2025–2027)
-
เหล็กแบน (โดยเฉพาะ HRC) ผูกพันกับภาคการผลิต
-
เหล็กยาวผูกพันกับโครงการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน
______________________________________________________________________________________________________________
มาตรฐานไทยที่มีผลต่อการจัดซื้อปลายน้ำ
มอก. 1479-2566
มาตรฐานเหล็กแผ่นรีดร้อนสำหรับโครงสร้างทั่วไป มีผลบังคับใช้ 24 ธันวาคม 2568
ผลกระทบ: ต้องมีเอกสารรับรองและการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลต่อการคัดเลือกแหล่งผลิตและระยะเวลานำเข้า
มอก. 107-2566
ครอบคลุมท่อเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับงานโครงสร้าง
การปรับปรุงสำคัญ ได้แก่ การยกเลิกข้อกำหนดขนาดเส้นรอบวงและความหนาขั้นต่ำ ตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2567 เพื่อยกระดับคุณภาพและควบคุมสินค้าไม่ได้มาตรฐาน
ผลกระทบ: เพิ่มความเข้มงวดด้าน compliance โดยเฉพาะโครงการภาครัฐ จำเป็นต้องใช้โรงงานที่ได้รับการรับรอง มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ และเอกสารครบถ้วน
_____________________________________________________________________________________________________________
ประเด็นที่ควรติดตามในปี 2026
ผลิตภัณฑ์แบน
-
แนวโน้มการผลิตรถยนต์ เครื่องจักร และเครื่องใช้ไฟฟ้า
-
การเปลี่ยนแปลงนโยบายนำเข้าใน EU และสหรัฐฯ
-
การบังคับใช้มาตรฐานเหล็กโครงสร้างและเหล็กเคลือบ
ผลิตภัณฑ์ยาว
-
ความคืบหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐาน
-
ข้อกำหนดวัสดุในงานภาครัฐ
-
การแข่งขันจากสินค้านำเข้าและการรับรองผู้ผลิต

______________________________________________________________________________________________________________
คำจำกัดความ
ผลิตภัณฑ์แบน (Flat Products)
เหล็กในรูปแผ่น/คอยล์/เพลท เช่น HRC, CR, เหล็กเคลือบ ใช้ในภาคการผลิตและงานประกอบ
ผลิตภัณฑ์ยาว (Long Products)
เหล็กในรูปแท่ง ลวด หรือรูปพรรณ เช่น เหล็กเสริมคอนกรีต ลวดเหล็ก คาน ใช้ในงานก่อสร้าง
HRC (Hot Rolled Coil)
เหล็กแผ่นรีดร้อนที่ผลิตที่อุณหภูมิสูง เป็นวัตถุดิบพื้นฐานของผลิตภัณฑ์ปลายน้ำจำนวนมาก
AD/CVD
มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนจากต่างประเทศ
Section 232
มาตรการทางการค้าด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ที่กำหนดภาษีนำเข้าเหล็ก
TIS / TISI
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไทย / สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
มอก. 1479-2566
มาตรฐานเหล็กแผ่นรีดร้อนสำหรับโครงสร้างทั่วไป
มอก. 107-2566
มาตรฐานท่อเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับโครงสร้างทั่วไป โดยปรับปรุงข้อกำหนดด้านขนาดและกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามภายใต้ร่างกฎกระทรวงที่แจ้งต่อ WTO
______________________________________________________________________________________________________________
References (APA)
Bank of Ayudhya (Krungsri Research). (2025). Thailand industry outlook 2025–2027: Steel and steel products.
European Commission. (2024, June 25). EU prolongs steel safeguard measure until June 2026.
Iron and Steel Institute of Thailand. (2025). Thailand Steel Outlook: September 2025.
Reuters. (2025, September 16). China steel exports poised for record high, risking further tariff backlash.
Reuters. (2025, October 7). EU to halve steel import quotas to revive domestic industry.
The White House. (2025, June 3). Adjusting imports of aluminum and steel into the United States (Proclamation; raises steel and aluminum tariffs effective June 4, 2025).
U.S. International Trade Commission. (2025, September 3). USITC makes determinations in five-year (sunset) reviews concerning hot-rolled steel products from China, India, Indonesia, Taiwan, Thailand, and Ukraine.
World Steel Association. (2025). World Steel in Figures 2025 (steel use by sector).
World Steel Association. (2025, October). Short Range Outlook: October 2025 (global and regional steel demand forecasts to 2026).
World Trade Organization. (2025, August 20). G/TBT/N/THA/787: Draft regulation mandating carbon steel tubes for general structure to conform to TIS 107‑2566 (2023). (web.wtocenter.org.tw)
Thai Industrial Standards Institute. (2024). TIS 1479‑2566: Hot rolled flat steel for general structure (standard document).
World Trade Organization. (2025, July 8). TBT notification addendum: Ministerial regulation referencing TIS 1479‑2566; entry into force 24 December 2025.
Bank of Ayudhya (Krungsri Research). (2025). Thailand industry outlook summary 2025–2027 (Construction section: TIS 107‑2566 effective date and scope change). (Krungsri)